FLASH NEWS
FLASH NEWS
Saturday, October 24, 2020

นาฬิกาอัจฉริยะ Fitbit Sense กับหลักการตรวจวัดระดับความเครียดที่แม่นยำ

ตลาดนาฬิกาอัจฉริยะที่มีการแข่งขันอย่างดุเดือด ทำให้แต่ละบรนด์ต้องชูจุดเด่นของตนเองเพื่อเป็นทางเลือกที่น่าสนใจของผู้ซื้อ อย่าง Fitbit Sense ใหม่ที่ออกมาชูจุดขายว่าเป็นสมาร์ทวอทช์เพื่อสุขภาพ ที่มาพร้อมฟีเจอร์ติดตามภาวะสุขภาพต่างๆมากมาย โดยเฉพาะระบบติดตามความเครียดซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจ เพราะคนในปัจจุบันนี้ให้ความสำคัญของสุขภาพของจิตใจไม่ด้อยไปกว่าสุขภาพกาย เราจะมาดูว่าระบบนี้มีการทำงานอย่างไรและสามารถทำได้จริงมากน้อยแค่ไหน

ฟีเจอร์เบื้องต้นของ Fitbit Sense ประกอบไปด้วยระบบติดตามสภาวะสุขภาพ ทั้งการติดตามคลื่นหัวใจ อุณภูมิร่างกาย และฟีเจอร์ที่ถือว่าเป็นจุดเด่นนั่นก็คือ การติดตามสภาวะความเครียด ซึ่งทางผู้พัฒนากล่าวว่าการวัดระดับความเครียดนั้นเป็นเรื่องที่ซับซ้อนเพราะไม่สามารถวัดได้ตรงไปตรงมา และมีอุปสรรคหลายประการในการวัดวิเคราะห์และนำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวข้องแต่ในที่สุดพวกเขาก็หาหนทางจนสำเร็จและ Fitbit Senseก็กำลังจะออกสู่ตลาดในเร็วๆนี้

ผู้พัฒนาอธิบายถึงวิธีการที่พวกเขาใช้ในการตรวจจับความเครียดโดยใช้หลักการของตัวบ่งชี้ทางชีวภาพของการตอบสนองของผิวหนังด้วยกัลวานิก ที่ถือได้ว่ามีความแม่นยำสูง ทางด้านนักวิจัยจากสถาบัน IRAS หรือ Risk Assessment Sciences ได้ให้คำอธิบายเพิ่มเติมว่าเมื่อร่างกายเกิดความเครียดจะมีการหลั่งเหงื่อออกมาที่สามารถวัดได้โดยใช้เซนเซอร์ GSR ได้อย่างง่ายดายและแม่นยำ

ความท้าทายอย่างหนึ่งของทีมพัฒนาก็คือ เมื่อสวมใส่ Fitbit Senseในชีวิตประจำวันในแง่ของการวัดค่าต่างๆที่น่าเชื่อถือเพื่อการรวบรวมข้อมูลสำหรับมาประมวลผลอย่างถูกต้อง แต่ทางทีมงานได้ทำการปรับปรุงโมดูลการตรวจสอบอัตราการเต้นของหัวใจพร้อมทั้งลดการรบกวนทางเทคนิครวมถึงค่าที่มีความผิดเพี้ยนจากตำแหน่งหรือท่าทางที่ไม่เหมาะสมเพื่อให้ค่าที่นำมาแสดงผลมีความถูกต้องมากที่สุด

หลักการในการตรวจจับความเครียดของ Fitbit Senseที่ใช้การตอบสนองของผิวหนังต่อกัลวานิก ได้รับการรับรองจากนักวิจัยว่าเป็นการวัดที่ละเอียดอ่อนมากกว่าการตรวจจับเพียงแค่อัตราการเต้นของหัวใจและความแปรปรวนของการเต้นเท่านั้น ที่ผู้ใช้สามารถให้ความเชื่อมั่นกับค่าระดับความเครียดที่ตรวจวัดได้จากนาฬิกาอัจฉริยะนี้

ติดตามข่าวเทคโนโลยีล่าสุด ข่าวไอทีวันนี้และติดตามแอพออกกำลังกาย เริ่มใช้ AI เพื่อเพิ่มให้ผู้ใช้ได้ผลลัพธ์ที่ดีมากขึ้น